ทียูเอฟส่ง ซีเล็ค-ฟิซโช่ บุกตลาดมัดใจเพื่อนบ้าน

2.4K



ทียูเอฟส่ง ‘ซีเล็ค-ฟิซโช่’ บุกตลาดมัดใจเพื่อนบ้าน

    ที่ผ่านมาทียูเอฟ เริ่มมาจากการเติบโต ทั้งการเป็นผู้รับจ้างผลิตให้บริษัทอื่นเพื่อนำไปขาย เมื่อเริ่มเข้มแข็งและเห็นว่ามีโอกาสเติบโตในธุรกิจได้ จึงเริ่มสร้างแบรนด์ของตัวเอง

 
ทียูเอฟส่ง‘ซีเล็ค-ฟิซโช่’ บุกตลาดมัดใจเพื่อนบ้าน
 

    ภาพเศรษฐกิจไทยปีนี้ดูทรงแล้ว ยังไม่ดีขึ้น โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมสำคัญอย่างการส่งออกที่ต่ำกว่าเป้าหมาย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า อุตสาหกรรมส่งออกยังสำคัญกับเศรษฐกิจไทยอยู่
    เช่นกันกับ ธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือทียูเอฟ คงประกาศเป้าหมายว่า ปี 63 จะนำพาทียูเอฟให้มีรายได้ 2.3 แสนล้านบาท สูงขึ้นจากเป้าหมายปี 58 ที่ตั้งไว้ 1.5 แสนล้านบาท เห็นตัวเลขเช่นนี้ ฟันธงได้ทันทีว่า แม้เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทยจะเป็นเช่นไร? ทียูเอฟจะพิสูจน์ให้เห็นการเติบโตที่ต่อเนื่องปีละ 5-10%
    ธีรพงศ์ บอกว่า ที่ผ่านมาทียูเอฟ เริ่มมาจากการเติบโต ทั้งการเป็นผู้รับจ้างผลิตให้บริษัทอื่นเพื่อนำไปขาย เมื่อเริ่มเข้มแข็งและเห็นว่ามีโอกาสเติบโตในธุรกิจได้ จึงเริ่มสร้างแบรนด์ของตัวเอง จนกลายเป็นทั้งผู้ผลิตและส่งออกเอง ซึ่งตลาดแรก ๆ ได้เข้าไปรุกอยู่ในโซนยุโรป ด้วยการสร้างแบรนด์ และนำเข้าปลาทูน่า เพื่อผลิตส่งออก หลังจากนั้นก็เริ่มเปิดกลยุทธ์ไล่ซื้อกิจการบริษัทผู้ผลิตทูน่า และปลาแซลมอนกระป๋องของสหรัฐ เพื่อหวังยกชั้นขึ้นมาเป็นเจ้าของแบรนด์เอง ที่สร้างชื่อต่างชาติรู้จักในนามผู้ส่งออกทูน่าอันดับ 1 ของโลก จากเดิมที่เป็นเพียงผู้รับจ้างผลิต
    “ช่วงต้นของการก่อตั้งบริษัท เราเป็นผู้ รับจ้างผลิต เมื่อเริ่มแข็งแรง ก็เริ่มมองถึงเรื่องการกระจายความเสี่ยง จากการผลิตปลาทูน่ากระป๋อง ก็มาทำอาหารทะเลกระป๋อง แล้วก็มาทำอาหารทะเลแช่แข็ง จากนั้น เริ่มมองหาการลงทุนในต่างประเทศ คือ มองหาแบรนด์ โดยต้องมีวิสัยทัศน์ว่าแบรนด์จะเป็นสิ่งที่เข้ามาช่วยตอบโจทย์ให้ธุรกิจยั่งยืนขึ้น จึงเป็นสาเหตุให้เริ่มลงทุนต่างประเทศมากขึ้น ปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่ของบริษัทที่ไปลงทุน 7 แห่ง และโรงงานต่างประเทศอีก 9 แห่ง ไม่รวมสำนักงานใหญ่ โรงงานในไทย ดังนั้นในต่างแดนจึงไม่มีใครไม่รู้จักทียูเอฟ”
    แม้ทียูเอฟจะโลดแล่นอยู่บนเวทีโลกจนติดลมบนแล้วก็ตาม ก็ไม่เคยลืมตลาดสำคัญอย่างเพื่อนบ้าน และยังมองหาโอกาสที่จะบุกเข้าไปในตลาดอาเซียน แม้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตหลักอย่างทูน่า อาจไม่ติดตลาดในกลุ่มเออีซีมากนักแต่เชื่อว่า ยังมีช่องทางอื่น ๆ ที่ยังทำตลาดได้ เพราะเบื้องต้นยังมี แบรนด์ซีเล็ค และฟิซโช่ ที่ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกใจคนแถบอาเซียน
    “ปี 59-60 ทียูเอฟจะชะลอการลงทุน แล้วหันมาบริหารจัดการสินค้าของบริษัทแม่ กับบริษัทที่ไปลงทุนในต่างแดน และขณะนี้ ผู้บริโภครู้จักการผลิตภัณฑ์ทียูเอฟเป็นอย่างดี แต่ตลาดอาเซียนยอมรับว่ายังต้องทำความเข้าใจ ต้องทำการตลาด ให้แบรนด์ทียูเอฟเป็นที่รู้จัก”
    ทั้งนี้ทั้งนั้นการเติบโตเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่สร้างพื้นฐานธุรกิจมาเป็นอย่างดี โดยธีรพงศ์ บอกว่า บริษัทเริ่มก่อตั้งโดย คุณพ่อ หรือคุณไกรสร ซึ่งไม่ได้เป็นคนที่เรียนอะไรมามาก พอเริ่มเติบโต จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ ก็พร้อมที่จะกล้าเสี่ยงไปลงทุนต่างประเทศ เริ่มจากไปอเมริกาปี 39 ตอนนั้นอายุ 31 ปี บริษัทที่ไปซื้อ จะเน้นบริษัทที่ล้มละลาย ประมูลมาจากศาล ซึ่งเห็นโอกาสสำคัญว่าต้องออกไปต่างประเทศแล้ว และได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ ขณะที่คุณพ่อก็ช่วยดูด้านความเสี่ยง ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
    สิ่งสำคัญ ที่ “ทียูเอฟ” ทำมาตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงรุ่นปัจจุบันคือ การมีความพอประมาณ รู้จักที่จะรู้ว่าจุดใดควรพอหรือไม่ เช่น การลงทุนที่ไม่ใช่ว่า เมื่อซื้อกิจการใหญ่ต่างแดนได้แล้ว และธุรกิจประสบความสำเร็จแล้ว จะรีบมองหากิจการใหม่ ๆ ที่นำมาควบรวมอีก แต่สิ่งที่เป็นอยู่คือต้องเฝ้ารอ ต้องบริหารความเสี่ยงได้ ไม่ใช่ว่าต้องซื้อกิจการใหญ่ ๆ ที่ต้องลงทุนในเวลาไล่เลี่ยกัน นั่นถือเป็นสิ่งที่จะเป็นความเสี่ยงอย่างแน่นอนในอนาคต
    ตอนนั้นถือเป็นเหรียญ 2 ด้าน ระหว่างอยากโต กับความอยู่รอด เพราะหากมองย้อนไปปี 33 เป็นปีที่ลำบากสุดของภาคอุตสาหกรรม การแข่งขันลำบากมาก ปี 40 ก็ถูกปลดล็อกด้วยวิกฤติต้มยำกุ้ง ที่ย่ำแย่กันไปหมดช่วงนั้น เหนื่อยมาก จะทำอย่างไรดี การแข่งขันก็รุนแรงมาก ทั้ง อินโดฯ ฟิลิปปินส์
    อีกทั้งบริษัทที่มีหนี้สินในรูปแบบเงินดอลลาร์ก็แย่ เลยมีบริษัทที่เจ๊งไปจำนวนมาก แต่หากกลับไปดูของทียูเอฟ จะมาตอนวิกฤติ คือส่วนใหญ่ทียูเอฟจะซื้อธุรกิจในช่วงเกิดวิกฤติ ถ้าไปดูกราฟ จะซื้อช่วงนั้น ทุกครั้งที่วิกฤติ ทียูเอฟก็มีโอกาส“ อีกสิ่งที่สำคัญคือ ความมีวินัย ในการบริหารด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะวินัยทางการเงิน ท้ายที่สุดแล้ว...จะเห็นได้ว่าการทำธุรกิจใด ต้องรู้จักพอเพียง ที่สำคัญต้องรู้ให้ได้ว่า จะทำให้จุดวิกฤติกลายเป็นโอกาสได้อย่างไร สิ่งใดทำแล้วเสี่ยงต้องระวัง จะสูญเสียวินัยทางการเงินไม่ได้ หากทียูเอฟรักษามาตรฐานการบริหารงานได้อย่างที่ทำมา การเข้ามารุกตลาดเออีซีคงไม่ใช่เรื่องยาก!!.“


ข้อมูลและรูปภาพ : http://www.dailynews.co.th/economic/329275

 

sendLINE

Comment