เปิดปม วิกฤติหนี้กรีซ ส่อเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้า !?

2.2K



เปิดปม 'วิกฤติหนี้กรีซ' ส่อเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้า !?

 
เปิดปม 'วิกฤติหนี้กรีซ' ส่อเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้า
 

ปัญหาหนี้สินของกรีซยังคงวิกฤติต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา กรีซเพิ่งผิดนัดชำระหนี้มูลค่า 1.6 พันล้านยูโร แก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และทำให้ไอเอ็มเอฟระงับการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่กรีซจนกว่าจะชำระหนี้ดังกล่าว ส่งผลให้รัฐบาลกรีซต้องปิดธนาคาร และจำกัดการถอนเงินจากตู้เอทีเอ็ม โดยให้ถอนได้เพียง 60 ยูโรต่อวันนั้น

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับประเทศกรีซมีที่มาที่ไปอย่างไร ทำไมจึงเป็นหนี้มหาศาลเช่นนี้ และจะส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกอย่างไร ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบต่อวิกฤตินี้หรือไม่ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ขอต่อสายตรงสัมภาษณ์นักวิชาการด้านเศรษฐกิจคนดังของไทย ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย จะมาตอบคำถามในสิ่งที่หลายคนสงสัย...

 
รัฐบาลกรีซต้องปิดธนาคาร และจำกัดการถอนเงินจากตู้เอทีเอ็ม โดยให้ถอนได้เพียง 60 ยูโรต่อวัน

รัฐบาลกรีซต้องปิดธนาคาร และจำกัดการถอนเงินจากตู้เอทีเอ็ม โดยให้ถอนได้เพียง 60 ยูโรต่อวัน

 

ที่มาที่ไปหนี้มหาศาล จากนโยบายประชานิยม !?

ผศ.ดร.ธนวรรธน์ เล่าภูมิหลังของกรีซว่า กรีซมีหนี้สาธารณะค่อนข้างเยอะ และมีหนี้สูงตั้งแต่อดีต โดยเมื่อปี ค.ศ. 2004 กรีซได้เป็นเจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิก โดยกู้เงินเพื่อสร้างสนามกีฬาต่างๆ แต่รายได้จากกีฬาโอลิมปิกในครั้งนั้น กลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร และช่วงนั้นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้กรีซเริ่มมีปัญหาเรื่องหนี้สิน

อีกทั้ง ประเทศกรีซก็คล้ายกับประเทศในยุโรป คือ เป็นประเทศที่มีความเป็นรัฐสวัสดิการ เน้นการดูแลประชาชน ทั้งด้านกองทุนบำเหน็จบำนาญต่างๆ ทำให้เกิดการใช้จ่ายเยอะ ฉะนั้น ค่าใช้จ่ายของรัฐบาลกรีซจะสูง จึงต้องใช้งบประมาณขาดดุล เนื่องจากรายได้ที่เก็บมาไม่เพียงพอ จึงกู้มาเพื่อพัฒนาประเทศ ดูแลประชาชน รวมถึงก่อนหน้านั้นก็ได้มีการทุ่มเม็ดเงินให้กองทัพ จัดซื้ออาวุธทางการทหาร ซึ่งแน่นอนว่าหากพูดถึงคนที่มีความเป็นกองทัพก็ถือว่ามีความจำเป็น อย่างไรก็ตาม กรีซไม่ได้ควบคุมการขาดดุลงบประมาณ จึงทำให้กรีซมีปัญหาเรื่องหนี้

ค่าเงินยูโรแข็งตัว ท่องเที่ยวย่ำแย่คู่แข่งเยอะ !

นอกจากนี้ หลังจากที่เกิดวิกฤตการณ์แฮมเบอเกอร์ คือ ค่าเงินยูโรแข็ง ขณะที่ ค่าเงินดอลลาร์ จะอ่อน เพื่อเยียวยาแก้ไขปัญหาของสหรัฐฯ ทำให้ช่วงนั้นกรีซก็ประสบปัญหาเศรษฐกิจเช่นกัน เพราะกรีซเองก็อยู่ในยูโรโซนด้วย และเป็นประเทศที่พึ่งพาการท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะไปเที่ยวอิตาลี สเปน มากกว่า เพราะกรีซไม่ได้มีแต้มต่อเรื่องค่าเงินถูกกว่าประเทศอื่นๆ ทำให้เศรษฐกิจในประเทศย่ำแย่ลง ส่งผลให้กรีซต้องกู้เงินมาเพื่อดูแลประเทศและประชาชน

 
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะไปเที่ยวอิตาลี สเปน มากกว่า เพราะกรีซไม่ได้มีแต้มต่อเรื่องค่าเงินถูกกว่า
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะไปเที่ยวอิตาลี สเปน มากกว่า เพราะกรีซไม่ได้มีแต้มต่อเรื่องค่าเงินถูกกว่า
 

กรีซ ตัวถ่วงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรป ?

ผศ.ดร.ธนวรรธน์ อธิบายต่อว่า กรีซมีความสุ่มเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้หลายครั้ง โดยล่าสุดมีการเปลี่ยนรัฐบาลโดยที่ตัวนายกรัฐมนตรีเป็นพรรคฝ่ายค้านเก่า ที่หาเสียงว่าจะต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดต่อประเทศเจ้าหนี้ และก็ได้คะแนนเสียงไปแบบถล่มทลาย พร้อมทั้งยืนหยัดในการเจรจาที่ขอปฏิเสธมาตรการรัดเข็มขัด จึงทำให้สถานการณ์ของกรีซเหมือนกับเป็นตัวถ่วงการฟื้นตัวของยุโรป

 
กรีซมีความสุ่มเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้หลายครั้ง
กรีซมีความสุ่มเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้หลายครั้ง
 

“ตัวของนักลงทุนหรือคนทั่วไป ยังกังวลว่ากรีซยังเจรจาหนี้ไม่สำเร็จ อาจจะผิดนัดชำระหนี้ ก็เลยทำให้ยุโรปมีภาพลักษณ์ในเชิงลบ เพราะฉะนั้น กรีซจึงเป็นเหมือนตัวถ่วงในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรป กับ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจกรีซ ซึ่งจะเป็นที่มาทำให้เศรษฐกิจโลก มีการฟื้นตัวไม่เร็วอย่างที่คาด และก็เป็นที่มาของการส่งออกทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกไทยฟื้นตัวช้า อันนี้เป็นปัญหาที่กระทบโลก และทำให้ตัวหุ้นของโลกวิ่งขึ้นไม่เร็ว เพราะว่าการลงทุนน้ำมันหรืออะไรต่างๆ มันถูกกรีซถ่วง”

ผลประชามติ โหวต No! เตรียมจับตาดูท่าทีเจ้าหนี้ ?

ล่าสุด 5 ก.ค. ผลการลงคะแนนเสียงประชามติของประเทศกรีซ ออกมา 61% ลงคะแนนไม่รับเงื่อนไขของโครงการเงินช่วยเหลือของกลุ่มเจ้าหนี้ ขณะที่ 39% ลงคะแนนรับเงื่อนไขดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การลงคะแนนไม่รับเงื่อนไข อาจสะท้อนการไม่ทนกับมาตรการรัดเข็มขัดได้อีกต่อไป

 
การลงคะแนนไม่รับเงื่อนไขการช่วยเหลือ อาจสะท้อนการไม่ทนกับมาตรการรัดเข็มขัดได้อีกต่อไป\
การลงคะแนนไม่รับเงื่อนไขการช่วยเหลือ อาจสะท้อนการไม่ทนกับมาตรการรัดเข็มขัดได้อีกต่อไป
 

เมื่อทีมข่าวถามว่า มีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่กรีซจะออกจากยูโรโซน ผศ.ดร.ธนวรรธน์ ให้คำตอบในเรื่องนี้ว่่า ให้ดูท่าทีของเจ้าหนี้ เนื่องจากฝั่งของกรีซมีท่าทีที่ชัดเจน จากผลประชามติของประชาชนร้อยละ 61 ไม่รับมาตรการรัดเข็มขัดจากยุโรป ซึ่งนายกรัฐมนตรีของกรีซจะใช้ผลประชามติดังกล่าวในการเจรจาต่อรองกับประเทศเจ้าหนี้ เพื่อที่จะผ่อนปรนค่าใช้จ่าย หรือภาษีลงได้บ้าง ซึ่งเป็นข้อเสนอเดิมที่กรีซเคยยื่นให้กับเจ้าหนี้

 
ผลการลงคะแนนเสียงประชามติของกรีซ โหวตโน 61%
ผลการลงคะแนนเสียงประชามติของกรีซ โหวตโน 61%
 

แต่ทั้งนี้ ผศ.ดร.ธนวรรธน์ อยากให้จับตามองท่าทีของประเทศเจ้าหนี้ ว่าจะสามารถผ่อนคลายได้แค่ไหน หากเจ้าหนี้สามารถยอมกรีซได้ทุกประการ กรีซจะสามารถกลับมาเดินหน้าประเทศได้อย่างปกติ แถมมีเงินช่วยเหลือ ซึ่งจะเป็นแบบที่สั้นและรวดเร็วที่สุดในการจบปัญหานี้ แต่ก็ยังคงมีเงื่อนไขที่ว่า หากเจ้าหนี้ผ่อนคลายให้กรีซมากเกินไป อาจสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนในชาติได้ รัฐบาลเยอรมันอาจได้รับแรงกดดัน เนื่องจากสังคมของเยอรมันเป็น สังคมที่อดออมเงินและมีวินัย เมื่อมีการปล่อยเงินกู้ รัฐก็ต้องสามารถตอบคำถามประชาชนได้ว่า กรีซจะสามารถคืนเงินได้ครบถ้วนและเงินดังกล่าวจะไม่สูญเปล่าใช่หรือไม่ ตรงส่วนนี้จะเป็นส่วนที่ลำบากของประเทศเจ้าหนี้

 
กรีซ เป็นประเทศที่มีความเป็นรัฐสวัสดิการ ทำให้เกิดการใช้จ่ายเยอะ
กรีซ เป็นประเทศที่มีความเป็นรัฐสวัสดิการ ทำให้เกิดการใช้จ่ายเยอะ
 

กรีซจะออกจากยูโรโซน และจะชำระหนี้หรือไม่ ?

ขณะเดียวกัน ผศ.ดร.ธนวรรธน์ แสดงทัศนะว่า หากไม่ให้กู้เงิน ก็จะต้องเผชิญกับความกังวลที่ว่า กรีซจะออกจากยูโรโซนหรือไม่ แต่เมื่อให้เงินกู้อาจจะมีกรณีของการไม่ชำระหนี้ ซึ่งจะทำให้ประชาชนในประเทศเจ้าหนี้สูญเงินในทันทีเช่นกัน

 
นักลงทุนกังวลว่ากรีซยังเจรจาหนี้ไม่สำเร็จ อาจจะผิดนัดชำระหนี้ ทำให้ยุโรปมีภาพลักษณ์ในเชิงลบ
นักลงทุนกังวลว่ากรีซยังเจรจาหนี้ไม่สำเร็จ อาจจะผิดนัดชำระหนี้ ทำให้ยุโรปมีภาพลักษณ์ในเชิงลบ
 

แต่ถ้าเจ้าหนี้บอกว่าอย่างไรก็ตามขอให้มีวินัยเช่นเดิม หรืออาจจะไม่ปล่อยสิ้นเชื่อ แต่กรีซไม่มีเงินที่จะมาชำระหนี้ได้ตามกำหนด ก็จะเกิดคำถามขึ้นว่า กรีซจะเอาเงินมาจากไหน เมื่อหยิบยืมประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้ หากจะยืมจากรัสเซียหรือจีน ประเทศเหล่านั้นจะยอมหรือไม่ เมื่อกรีซส่งสินค้าออก คนก็ต่างจะยึดเงินจากกรีซหมด ฉะนั้น ยังไม่สามารถตอบได้อย่างชัดเจนว่าเศรษฐกิจจะผ่านไปแค่ไหน ประเทศอื่นจะได้รับผลกระทบด้วยหรือไม่ และโลกจะฟื้นตัวช้าจริงหรือเปล่า ต้องดูต่อไป

ปัญหาบานปลาย เศรษฐกิจไทยอาจฟื้นตัวช้า ต่ำกว่า 3%

สำหรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทย ผศ.ดร.ธนวรรธน์ เผยว่า ภายในหนึ่งสัปดาห์นี้หากท่าทีของเจ้าหนี้ยังไม่ชัดเจน โลกจะมีความเสี่ยงในเรื่องของเศรษฐกิจ หากกรีซออกจากยูโรโซน เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวช้า ซึ่งสามารถส่งผลลามไปยังประเทศโปรตุเกส และอิตาลี ที่ตอนนี้เห็นได้ชัดในเรื่องของราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง 5 ดอลลาร์ต่อบาเรล เงินดอลลาร์แข็งตัว เงินยูโรอ่อนลง ตลาดหุ้นปรับตัวในทิศทางขาลง แต่ทองคำมีราคาพุ่งสูง

 
หากเจ้าหนี้สามารถยอมกรีซได้ทุกประการ กรีซจะสามารถกลับมาเดินหน้าประเทศได้อย่างปกติ
หากเจ้าหนี้สามารถยอมกรีซได้ทุกประการ กรีซจะสามารถกลับมาเดินหน้าประเทศได้อย่างปกติ
 

แต่ถ้ากรีซชักนำให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้าหรือปัญหาบานปลาย โลกเข้าสู่วิกฤติทางการเงินรอบใหม่ อาจทำให้การส่งออกติดลบ 3-4% ได้ง่าย และทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้า อาจต่ำกว่า 3% จากที่หลายคนมองว่าเศรษฐกิจไทยควรฟื้นตัวและค่อยๆ ขยายตัวในช่วงไตรมาสสี่ น่าจะขยายตัวใน 3%

ทั้งนี้ ผลกระทบที่เกิดกับไทยระยะสั้นหรือทางอ้อม คือ ผลกระทบต่อตลาดเงิน การลงทุน การขาดความเชื่อมั่น แต่ถ้าเป็นผลกระทบระยะยาว ทางประเทศกรีซดึงเศรษฐกิจโลกตกลง อาจจะเป็นผลให้เศรษฐกิจกลับมาขยายตัวต่ำ หรือเข้าสู่วิกฤติเศรษฐกิจในบางประเทศหรือภาพรวม นั่นคือ ทำให้เศรษฐกิจจะไม่ฟื้น กลับมามีปัญหาทางด้านการเงิน ก็จะส่งผลให้มีปัญหาต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

 
หากกรีซออกจากยูโรโซน เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวช้า
หากกรีซออกจากยูโรโซน เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวช้า
 

“ตอนนี้ยังเร็วเกินไปในการประเมิน ต้องรอดูภายในหนึ่งสัปดาห์อาจจะเห็นภาพที่ชัดขึ้นว่า กระทบไทยรุนแรงไหม แล้วเราควรจะเตรียมตัวยังไง ตอนนี้ต้องติดตามข้อมูลข่าวสาร เผื่อสถานการณ์ผลิกผันเพราะลูกหนี้ต้องการที่จะผ่อนปรน ขึ้นอยู่ที่ว่าเจ้าหนี้จะยอมหรือไม่” ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย ทิ้งท้าย.


ข้อมูลและรูปภาพ : http://www.thairath.co.th/content/509841

sendLINE

Comment