ข้าวราดแกงพุ่งตกจานละ 50 บาท

9.4K



ข้าวราดแกงพุ่งตกจานละ 50 บาท

 
ข้าวราดแกงพุ่งตกจานละ 50 บาท
 

ชาวบ้านจ๊ากข้าวราดแกงจานละ 50 บาท ชี้ราคาพุ่งจากปีก่อน 5-10 บาท/ชาม พบภาคใต้ค่าครองชีพแพงสุด ด้าน “พาณิชย์” เร่งส่งหนูณิชย์ พาชิม คุมราคาอาหาร ตั้งเป้า 1 หมื่นร้านปีหน้า

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้รายงานสถานการณ์ราคาสินค้าอาหารปรุงสำเร็จ (จานด่วน) ทั่วประเทศในเดือนส.ค. 58 พบว่าอาหารจานด่วน มีราคาปรับเพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 5-10 ต่อจาน/ชาม โดยภาคใต้มีราคาแพงสุดและแพงกว่าภาคอื่นๆเฉลี่ย 5-20 บาท/จาน เนื่องจากราคาอาหารเคยปรับขึ้นสูงๆในช่วงราคายางพาราแพง แต่เมื่อยางพาราลดลง พ่อค้าไม่ได้มีการปรับราคาอาหารลงตาม ประกอบกับภาคใต้มีสถานที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมากทำให้ในหลายๆพื้นที่มีค่าครองชีพสูง โดยเฉพาะจังหวัดกระบี่ สงขลา สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต เป็นต้น ส่วนภาคที่ราคาอาหารจานด่วนต่ำสุดคือภาคเหนือ รองลงมาเป็นภาคกลาง และตะวันออกเฉียงเหนือ

สำหรับราคาอาหารตามภูมิภาคต่างๆ เช่น อาหารกลางวันข้าวราดแกง กับข้าว 2 อย่าง ราคา 25-50 บาท/จาน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5-10 บาท โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือราคาสูงสุด 30-50 บาท/จาน ภาคกลางและภาคเหนือราคาต่ำสุด 25-35 บาท/จาน, ก๋วยเตี่ยวราดหน้า หมู ไก่ เนื้อ ราคา 25-50 บาทเท่ากับปีก่อน โดยภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือราคาสูงสุด 30-50 บาท/จาน ภาคเหนือต่ำสุด 25-35 บาท/จาน และ ข้าวผัดกระเพรา หมู ไก่ เนื้อ ราคา 25-50 บาท เพิ่มขึ้น 5 บาท โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือและใต้สูงสุด 30-50 บาท/จาน ภาคเหนือและภาคกลางต่ำสุด ราคา 25-35 บาท/จาน

ขณะที่กับข้าวสำเร็จรูป หรือแกงเขียวหวาน ราคาเฉลี่ยทั่วประเทศ 15-50 บาท/ถุง ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดย ภาคใต้แพงสุดราคา 25-50 บาท/ถุง ภาคเหนือต่ำสุด ราคา 15-30 บาท/ถุง ,ข้าวผัดใส่หมูใส่ไข่ราคาเฉลี่ย 25-50 บาท/จาน เพิ่ม 5 บาท โดยภาคภาคใต้แพงสุด ราคา 30-50 บาท/จาน และภาคเหนือและภาคกลางราคาต่ำสุด 25-35 บาท/จาน , ก๋วยเตี๋ยวหมูชนิดธรรมดาตามร้านอาหารทั่วไป ราคา 25-40 บาท/ชาม เพิ่มขึ้น 5-10 บาท โดยภาคใต้และตะวันออกเฉียงเหนือราคาแพงสุด 30-40 บาท/ชาม ภาคกลางและภาคเหนือราคาต่ำสุด 25-35 บาท/ชาม

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า เรื่องการดูแลอาหารจานด่วนนั้น ทางกรมได้หารือกับห้างสรรพสินค้า โดยยังขอให้ห้างดำเนินโครงการหนูณิชย์ พาชิม ในพื้นที่ของศูนย์อาหารภายในห้างไปจนถึงเดือนพ.ย. เพื่อดูแลราคาอาหารจานด่วนให้กับประชาชนได้มีทางเลือกในการกินอาหารภายในห้าง รวมทั้งมีแผนจะขยายสาขาหนูณิชย์ พาชิม ทั่วประเทศ ซึ่งได้หารือกับทางหอการค้าภายในการเป็นเครือข่ายขยายสาขาหนูณิชย์ พาชิม ตั้งเป้าจากนี้ไป 1 ปีจะมีสาขาหนูณิชย์ พาชิม 10,000 ร้าน จากปัจจุบันที่มีร้านหนูณิชย์ พาชิม 3,000 ร้าน โดยยึดโมเดลหนูณิชย์ พาชิมที่ไปเปิดจ.บุรีรัมย์ มาเป็นตัวอย่างในการขยายสาขาไปยังจังหวัดต่างๆ ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการทานอาหารจานด่วนราคาไม่เกิน 35 บาท/จาน

 

 

ข้อมูล : http://www.dailynews.co.th/economic/341206
รูปภาพ : http://webboard.yenta4.com/topic/569435

sendLINE

Comment