จำนำข้าว...บาปอยู่ที่ใคร?

1.3K



จำนำข้าว...บาปอยู่ที่ใคร?

 
จำนำข้าว...บาปอยู่ที่ใคร?
 


เรื่องราวของการฟ้องร้องก็ยังไม่ได้จบไปซะทันทีเมื่อใด ยังมีโอกาสให้แก้ต้ว แก้ต่าง ได้อีกยาวนาน แต่เวลานี้...คงไม่ต้องคาดเดา คนไทยทั้งประเทศคงรู้บท“อวสาน”ของโครงการรับจำนำข้าว


แสลงหู!! กันจริงงงงจริ๊งงงง....เวลาได้ยินได้ฟังคนพูดเรื่อง “จำนำข้าว” โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลานี้ ที่เรื่องราวของโครงการรับจำนำข้าวกำลังกลายเป็นประเด็นใหญ่กับอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย

เอาเป็นว่าเรื่องราวที่ผ่าน ๆ มา เป็นอย่างไร? คนไทย....ทุกผู้ทุกคนต่างรู้กันดีอยู่เต็มอกอยู่แล้ว แต่ที่ต้องติดตามตอนต่อไป ก็ต้องดูว่าในสัปดาห์นี้ “นายกฯลุงตู่” จะมีทีท่าออกมาอย่างไร

หากมีการส่งฟ้องศาล เพื่อให้ชดใช้ค่าเสียหาย ก็ต้องดูตัวเลขที่ชัดเจนที่ออกมาว่าอดีตนายกฯหญิง และผู้เกี่ยวข้อง ต้องแบกรับตัวเลขอย่างไร 5 หรือ 6 หรือ 7 แสนล้านบาท กันแน่ เพราะตัวเลขที่ออก ๆ มาก่อนหน้านี้ยังไม่ชัดเจน

ที่สำคัญ... เรื่องราวของการฟ้องร้องก็ยังไม่ได้จบไปซะทันทีเมื่อใด ยังมีโอกาสให้แก้ต้ว แก้ต่าง ได้อีกยาวนาน แต่เวลานี้... คงไม่ต้องคาดเดา คนไทยทั้งประเทศคงรู้บท “อวสาน” ของโครงการรับจำนำข้าว (ทุกเมล็ด) กันดีอยู่แล้วเพราะหนังเรื่องนี้ เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ “บิ๊กตู่” ต้องก้าวขึ้นมาบริหารประเทศอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้...

เรื่องของการเมือง... เรื่องของคดี... ก็ว่ากันไปตามเกมส์ ที่กำหนดก็แล้วกัน !!

แต่เรื่องของคนไทยนี่สิเรื่องใหญ่ เพราะเงิน ๆ ทอง ๆ ที่เสียหายไปแล้วกว่า 6 แสน 7 แสนล้านบาท ใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

เพราะขุนคลังป้ายแดงอย่าง “อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์” ก็ชัดเจนแล้วให้ทบทวนวิธีการใช้หนี้ก้อนนี้กันใหม่ จากเดิมที่กระทรวงการคลัง เคยเตรียมออกกฎหมายพิเศษ กู้เงินจากระบบ มาใช้หนี้ก้อนนี้ แต่จนถึงนาทีนี้ยังไม่ชัดเจนว่าจะทำกันอย่างไรกันแน่

ทั้งรัฐบาล ทั้งกระทรวงการคลัง อาจวาดฝันรอเรียกเงินจากอดีตนายก ฯ หญิง มาใช้หนี้!!! แต่... จะอีกนานเท่าใดล่ะ ถึงจะได้รับ เพราะเรื่องนี้ทั้งหน้าฉากและหลังฉาก ย่อมมีกระบวนการ ย่อมต้องใช้เวลา

ที่สำคัญ...หากเทียบจำนวนหนี้ จำนวนความเสียหาย กับจำนวนคนไทยทั้งประเทศแล้ว ก็ต้องแบกรับกันไปประมาณคนละ 8-9 พันบาททีเดียว แบบว่า อุแว๊...อุแว๊... ลืมตาดูโลก ก็เป็นหนี้ติดตัวกันไปแล้ว

ไม่เพียงแค่เรื่องของการรับกรรมชดใช้หนี้ เท่านั้น บรรดา “ชาวนา” ก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ยังไม่พ้นจากความทุกข์จากการประกอบอาชีพนี้

เพราะยังไม่รู้ว่า จากนี้ไป ชาวนาไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่ยากจนจริง ๆ ต้องทำตัวกันยังงัย ยังสามารถปลูกข้าวกันตามอำเภอใจได้หรือเปล่า

แม้เบื้องต้น รัฐบาลของ “บิ๊กตู่” จะทำให้สบายอกสบายใจกันขึ้นมาบ้างได้ เพราะรัฐบาลได้ยืนยันไว้ก่อนหน้านี้ว่ารอบนี้อาจเป็นโชคดีของชาวนา ที่ไม่ต้องเลิกปลูกข้าวนาปรังเหมือนปีก่อน

ด้วยความโชคดีของ “มรสุม” ที่เข้ามาหลายลูก จนทำให้คาดว่าปริมาณน้ำในเขื่อนอาจสูงขึ้นบ้าง โดยเฉพาะน้ำในเขื่อนหลักทั้ง 4 เขื่อนในลุ่มแม่นำเจ้าพระยา และเขื่อนในลุ่มน้ำแม่กลอง

เรื่องนี้... ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะเรื่องของฟ้า เรื่องของฝน เรื่องของธรรมชาติ ไม่มีใครคาดเดาได้อยู่แล้ว จึงต้องติดตามสถานการณ์กันเป็นวัน ๆ กันเป็นสัปดาห์ต่อสัปดาห์

นั่น! เป็นเพียงความโชคดีที่ต่อลมหายใจให้กับชาวนาเท่านั้น ว่า จะสามารถปลูกข้าวเพื่อหาเลี้ยงชีพต่อไปได้ แต่หลังจากนั้นล่ะ... ปลูกข้าวเสร็จแล้ว ถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้ว แล้วราคาที่ขายจะอยู่ที่เท่าใด

แม้ที่ผ่านมา 1 ปี ชาวนาไทยเริ่มเคยชินกับเหตุการณ์ กับสถานการณ์ราคาข้าวที่ไม่ได้พุ่งปรี๊ด แต่ก็ไม่ได้วูบวาบ ยังอยู่ในระดับ 10,000 บาทอัพ ซึ่งชาวนาส่วนใหญ่ยังรับได้

ขณะที่รัฐบาล “บิ๊กตู่” ก็ประกาศชัดเจนว่าไม่เอานโยบาย “จำนำ” และรัฐบาลก็เพิ่งไฟเขียวออก 8 มาตรการดูแลชาวนามาหมาด ๆ ก็ตาม

ทั้งหมด...ยังเป็นแค่น้ำจิ้ม เท่านั้น ที่ยังต้องติดตามดูหนทางแก้ปัญหาของรัฐบาลกันต่อไป ว่าจะเยียวยา จะโอบอุ้มชาวนาไทย ให้ลืมตาอ้าปาก ให้เป็นชาวนาที่มีคุณภาพได้อย่างไร

เพราะ...ผลของนโยบายรับจำนำ (ทุกเมล็ด) น่ะ เป็นที่ชัดเจนอยู่แล้วว่า เป็นเพียงแค่การสร้างฐานทางการเมืองเท่านั้น และสุดท้ายนักการเมืองก็เอาตัวรอด

ทั้งที่วัตถุประสงค์ที่ถูกต้องของนโยบายรับจำนำเป็นเรื่องที่ดี ที่ช่วยเหลือชาวนาได้จริง แต่ต้องทำให้ถูกต้องตามขั้นตอน เมื่อรับจำนำ เพื่อแทรกแซงตลาดให้ราคาสูงขึ้นแล้ว ก็ต้องมาไถ่ถอน ไม่ให้เป็นภาระของรัฐบาลอีก

เอาเถอะ... สุดท้ายไม่ว่าหนังเรื่องนี้ จะจบลงอย่างไร แต่ก็เชื่อได้ว่า คนไทยทั้งประเทศก็ยังต้องแบกรับหนี้...ต่อไป!!


...................................

คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”

เดลินิวส์

 


ข้อมูลและรูปภาพ : http://www.dailynews.co.th/article/350584

sendLINE

Comment