เศรษฐกิจไทยปี 59 ปัจจัยเสี่ยงสูง

1.6K



เศรษฐกิจไทยปี 59 ปัจจัยเสี่ยงสูง

 
เศรษฐกิจไทยปี 59 ปัจจัยเสี่ยงสูง
 

 

คลังรับ ศก.ไทย ปี 59 ปัจจัยเสี่ยงจากผลกระทบภัยแล้ง ศก.โลกที่ยังไม่แน่นอน กดดันขยายตัวของจีดีพี ลุ้นมาตรการรัฐช่วยพยุง


รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปี 59 ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงจากผลกระทบภัยแล้ง ที่ปริมาณน้ำไม่พอกับการปลูกข้าวในฤดูกาลเพาะปลูกข้าวนาปรังในช่วงปลายปี 58 ที่ต่อเนื่องไปจนถึงกลางปี 59 และเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน รวมถึงผลกระทบจากข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) ที่คาดว่าจะส่งผลให้ไทยเสียเปรียบเวียดนามและสิงคโปร์ที่ร่วมลงนามในทีพีพีไปแล้ว โดยเฉพาะการส่งออก ในกลุ่มสินค้าสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า และ อิเล็กทรอนิกส์ จะได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะมีอัตราภาษีสูงที่สุด ซึ่งจะส่งผลให้การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบ

 

ทั้งนี้ ช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จะปรับประมาณการเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ปี 58 ที่เบื้องต้นคาดว่าจะอยู่ที่ 2.8% และการคาดการณ์เศรษฐกิจปี 59 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 3.8% โดยจะนำนโยบายส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มีผลตั้งแต่ปลายปี 58 ถึงกลางปี 59 และมาตรการด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อลดภาระการลงทุนเข้ามาพิจารณา โดยเบื้องต้นคาดว่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจปี 59 มีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าปีนี้แน่นอน


“ช่วงครึ่งหลังของปี 58 ภาพรวมเศรษฐกิจของไทยจะยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐและภาคการท่องเที่ยว แต่ยังคงเผชิญกับความท้าทายจาก (1) เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่ชะลอลงและส่งผลให้การส่งออกสินค้าของไทยลดลง”


อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยปี 59 คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวดีขึ้นและเข้าสู่ระบบการเติบโตแบบใหม่ รวมทั้ง ปัจจัยส่งเสริมการเติบโตภายในประเทศ ทั้งมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มีผลตั้งแต่ปลายปี 58 จนถึงกลางปี 59 ทั้งการผ่อนปรนสินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ลดภาระค่าธรรมเนียมการทำนิติกรรม และยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ซื้อที่อยู่อาศัยเป็นครั้งแรกและอาศัยอยู่จริงต่อเนื่องกัน 5 ปีภาษี


ขณะที่ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งคาดว่าจะทรงตัวอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง เป็นแรงสนับสนุนต่อต้นทุนการครองชีพ และมาตรการด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษีในกองทุนเอสเอ็มอี ตั้งแต่ 1 ม.ค. 59 เป็นต้นไป เพื่อลดภาระการลงทุนและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยสามารถขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

 

 

ข้อมูลและรูปภาพ : http://www.dailynews.co.th/economic/356195

sendLINE

Comment