รุ่งหรือร่วง! มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ เปิดมุมมองคาใจ ใครได้ประโยชน์?
'รุ่งหรือร่วง'! มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ เปิดมุมมองคาใจ ใครได้ประโยชน์?
ทันทีที่รัฐบาลไฟเขียว ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ ก็ส่งผลให้แวดวงอสังหาริมทรัพย์คึกคักขึ้นมาทันตาเห็น เนื่องจากภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นภาคขนาดใหญ่ มีน้ำหนักต่อระบบเศรษฐกิจไทย และมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจอื่น ๆ อีกมากมาย
เป้าหมายหลักของรัฐบาลและทีมเศรษฐกิจที่คาดหวัง คือ การกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ผลักดันตัวเลขเศรษฐกิจให้สูงขึ้น ทั้งนี้ เหล่าบรรดาผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จึงออกมาขานรับนโยบาย ผุดโครงการต่าง ๆ ขึ้นมากมาย และเมื่อภาคอสังหาริมทรัพย์เริ่มมีการขยับ ตั้งแต่ด้านพื้นฐาน การก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าตกแต่งในบ้าน ย่อมส่งผลถึงภาคการเงิน เงินกู้ต่าง ๆ ที่ใช้ในการลงทุนก็ย่อมขยับตามไปด้วย เพื่อให้เห็นถึงภาพรวมมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ในการที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศให้กลับมาสู่ยุคขาขึ้นอีกครั้ง "ทีมข่าวเศรษฐกิจไทยรัฐออนไลน์" ขอนำเสนอมุมมองของผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหารศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA กล่าวว่า ภาพรวมของการเติบโตทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ถือว่าดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว แต่อาจยังไม่ดีเท่าที่ควร โดยธนาคารโลก เผยว่า เศรษฐกิจเติบโตอยู่ในระดับ 2.2% คาดว่า ในปีหน้า อาจจะเหลือโต 2% สำหรับมาตรการลดภาษี เพื่อช่วยในภาคอสังหาริมทรัพย์ สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้บ้าง แต่ไม่มีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมทั้งหมด
มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลดีในแง่ของความรู้สึก และหลักจิตวิทยา ช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการสร้างบ้านมากขึ้น กระตุ้นลูกค้าตัดสินใจซื้อบ้านได้เร็วขึ้น แต่มาตรการนี้ ก็ไม่ได้ทำให้คนหันมาซื้อบ้านเพิ่มขึ้น หากสมมติว่า บ้านหลังหนึ่ง ราคา 100 บาท ส่วนลดดอกเบี้ยแค่ 3 บาท จึงแทบไม่มีความหมายเท่าไร เพราะคุณสมบัติที่แท้จริง อยู่ที่ราคาบ้าน เพราะถ้าราคาไม่แพงจนเกินไป ก็สามารถซื้อได้อยู่แล้ว ขณะเดียวกัน ทิศทางอสังหาริมทรัพย์ เป็นไปตามทิศทางเศรษฐกิจ หากเศรษฐกิจไม่ดี อสังหาริมทรัพย์ก็จะไม่ดีไปด้วย ฉะนั้น มองว่า การที่รัฐบาลคิดว่าจะกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ เพื่อส่งผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม น่าจะเป็นความเข้าใจที่ผิดนัก มาตรการนี้จึงดูเหมือนเป็นการสร้างภาระมากกว่าเป็นการแก้ปัญหา
“รัฐบาลควรช่วย รณรงค์แก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน มุ่งเน้นการพัฒนาด้านสาธารณูปโภคต่างๆ มากกว่าการลดภาษีค่าธรรมเนียมโอน ส่วนชาวบ้าน ที่มีความคิดที่จะซื้อบ้านหลังแรก สิ่งสำคัญ คือ ต้องเลือกสรร พิจารณา สำรวจหลาย ๆ โครงการ ไม่ใช่เจอ ‘รักแรกพบ’ แล้วตัดสินใจซื้อได้เลย แต่ต้อง เปรียบเทียบดูสิ่งที่คุ้มค่าที่สุด ขณะที่ ผู้ประกอบการ ควรสำรวจความเป็นไปได้ทางการตลาดให้ชัดเจนก่อนลงทุน ป้องกันความผิดพลาดนั่นเอง” ดร.โสภณ กล่าว
ด้าน นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ที่มีมุมมองในฐานะผู้บริโภคว่า จากการสำรวจ ทำจดหมายถึงบริษัทบ้านประมาน 20 กว่าแห่ง พบว่า มีเพียงแห่งเดียว ที่ใช้สัญญามาตรฐานกับผู้บริโภค นอกเหนือจากนั้นไม่มีข้อมูล หรือ การตอบรับใด ๆ โดยภายในปีที่ผ่านมา มีผู้บริโภคมาร้องเรียนโครงการอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 93 เรื่อง พบว่า สาเหตุหลักคือ การสร้างบ้านและคอนโดฯ ไม่เป็นไปตามที่สัญญาบอก ปัญหาอื่น ๆ ที่ตามมา เช่น การกู้ธนาคารไม่ผ่าน เนื่องจากมีทรัพย์สินไม่พอที่จะซื้อบ้าน ราคาที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน ถือว่าราคาแพงสำหรับผู้บริโภค อาจจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิต เพราะราคาที่อยู่อาศัยแพงมากกว่าค่าครองชีพประชาชน รัฐบาลควรช่วยส่งเสริมให้ราคาบ้านถูกลงกว่านี้ เช่น เรื่องการปฏิรูปที่ดิน ราคาที่ดิน หรือเรื่องต่าง ๆ ที่จะทำให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดิน จะส่งผลให้การเกร็งกำไรต่าง ๆ ลดลง ส่วนการสนับสนุนให้คนมีบ้านหลังแรก ออกมาตรการต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ควรจำกัดว่าซื้อได้เฉพาะบ้านใหม่เท่านั้น เพราะในปัจจุบัน บ้านที่สร้างใหม่มีจำนวนมากอยู่แล้ว จึงเหมือนเป็นการสนับสนุนช่วยเหลือบริษัทโอนบ้านมากกว่า "ผู้บริโภคที่กำลังจะตัดสินใจซื้อบ้านหลังแรก ควรศึกษาในเรื่องการทำสัญญาให้รอบคอบ ตรวจสอบทั้งก่อนทำสัญญา ก่อนการโอนเงิน และหลังการทำสัญญา ดูสภาพบ้านว่ามีปัญหาหรือไม่ บ้านได้มาตรฐานหรือไม่ เป็นต้น ในส่วนของรัฐบาลนั้น อยากให้บังคับผู้ประกอบการที่จะเข้าโครงการบ้านหลังแรก ควรมีสัญญามาตรฐานสำหรับผู้บริโภคให้ชัดเจน" เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าว
ขณะที่ นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล ถือเป็นปัจจัยบวก ช่วยให้ผู้ประกอบการ ลูกค้า ผู้ที่ต้องการซื้อบ้านหลังแรกในตลาดล่าง มีความมั่นใจ ตัดสินใจได้เร็วขึ้น สิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อเนื่องกันไป บ้านมีการซื้อขาย เศรษฐกิจโดยรวมทุกอย่าง จะมีสภาพคล่องมากขึ้น ภาพรวมเศรษฐกิจจะดีตาม สำหรับทิศทางอสังหาริมทรัพย์ในปีหน้า คาดว่า จะดีขึ้นต่อเนื่อง เชื่อว่า รัฐบาลเดินหน้าถูกทางแล้ว สร้างความมั่นใจ ดำเนินการรวดเร็ว หากรัฐบาลผลักดันในเรื่องของงบลงทุนในโครงการต่าง ๆ และงบด้านสาธารณูปโภคที่สำคัญ ก็น่าจะช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตขึ้น
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ถือเป็นตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญในประเทศ วัดทั้งทางด้านกำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์ของประชาชน รวมถึง การลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ของผู้ประกอบการ ยังคงต้องติดตามกันต่อไปว่า มาตรการดังกล่าว จะช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจไทยหมุนเวียน สร้างเงิน สร้างงาน สร้างรายได้ ช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย รายได้ปานกลาง ให้ได้รับประโยชน์สูงสุด หรือ เพียงมาตรการที่ผลักดันได้ในช่วงแรก ก่อนจะหมดแรงในระยะหลัง ดังเช่น โครงการรถคันแรก ที่สุดท้ายก็กลายเป็นหนังม้วนเดิมฉายซ้ำดั่งที่เคยเกิดมาแล้ว.
|
Comment
New!
ไลน์อัพงานสถาปนิก69
เตรียมพร้อมงานสถาปนิก 69
ASEAN Light + Design Expo 2025 ก้าวสู่อนาคตแสงสว่างและดีไซน์ ดึงผู้เชี่ยวชาญด้านแสงสว่าง ดีไซน์ และสมาร์ทลิฟวิ่งร่วมงานกว่า 5,000 ราย
สถาปนิก 68 ทบทวนทิศทาง Past Present Perfect
Popular
ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน
สินค้าส่งออกสำคัญ 10 อันดับแรกของไทย
การส่งกำลังโดยใช้สายพาน
ประเภทสกรูและน็อต อุตสาหกรรม












copyright © Tensho Co., Ltd.